พูดคุยกับ 5 สาว Tokyo Girl’s Style งาน ASIA COLLECTION BIG STAGE

 

อยากให้บอกความเป็นเอกลักษณ์ของ Tokyo Girls’Style ที่แตกต่างจากวง Girl Group วงอื่นๆ หน่อยค่ะ?

อายาโนะ : คิดว่าส่วนที่ต่างจากวงอื่นๆ เพราะว่าเราทั้ง 5 คนนั้นสามารถร้อง และเต้นได้เป็นอย่างดี ด้านแนวเพลงเองก็เป็นเพลงร็อคดูเท่ๆ ก็น่าจะเป็นตรงจุดนี้ค่ะ ที่ต่างจากคนอื่นๆ

การทำงานเพลงภาษาญี่ปุ่น กับจีน แตกต่างกันอย่างไรบ้าง?

มิยุ : เพลงที่ได้นำไปร้องเป็นภาษาจีนมีอยู่ 2 เพลงด้วยกันค่ะ คือเพลง Onaji Kimochi และเพลง Passion love เพลงแรกจะเป็นเพลงที่ให้ความรู้สึกว่าน่ารัก ร่าเริง เพลงที่ 2 ได้ไปบันทึกเสียงที่ประเทศไต้หวันเลยล่ะค่ะ ซึ่งทางโปรดิวเซอร์ก็ค่อนข้างเข้มงวดมากเลย พวกเราก็พยายามที่จะร้องออกมาให้เหมือนเจ้าของภาษามากที่สุด ถือว่าเป็นงานที่ยากมากเลยค่ะ

เมื่อปีที่แล้วได้จัดคอนเสิร์ตที่ Nippon Budokan ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในเป้าหมายของนักร้องญี่ปุ่นเลยทีเดียว รู้สึกยังไงกันบ้าง?

ฮิโตมิ : ปี 2012 และปี 2013 เราได้มีโอกาสไปแสดงที่ Nippon Budokan 2 ปีติดกันเลย ในปีแรกเราก็รู้สึกตื่นเต้นมากๆ เลยล่ะค่ะ แต่พอปีถัดมาก็กลายเป็นว่าเราตั้งตารอคอยที่จะได้ตื่นเต้นแบบนั้นอีกครั้ง ฉันคิดว่าการได้ขึ้นไปแสดงบนเวที ได้โชว์เพลงเท่ๆ ให้แฟนๆ ได้สนุกไปด้วยกันเป็นความรู้สึกที่ประทับใจ และดีใจมากค่ะ

Tokyo Girls’Style ได้ร่วมงานกับนักแต่งเพลงมากความสามารถมากมาย อย่างที่คนไทยน่าจะรู้จักกันก็น่าจะเป็น J ซัง จากวง Lunasea รู้สึกอย่างไรบ้าง?

ยูมิ : การได้ร่วมงานกับ J ซังจาก Lunasea ปกติเพลงของเราก็จะเป็นเพลงเท่ๆ อยู่แล้ว และยิ่งมีโอกาสได้ร่วมงานกับ J ซัง ก็เลยทำให้เพลงมีความเป็นร็อค มีความเท่มากยิ่งขึ้นไปอีก อย่างตอนที่ได้ไปร่วมกันปรับเนื้อร้องเพื่อให้เข้ากับพวดเราแต่ละคนเนี่ย เป็นประสบกาณ์ใหม่ที่ยอดเยี่ยมมากเลยล่ะค่ะ พวกเราได้เรียนรู้อะไรมากมายเลย

ทราบมาว่าในปีนี้ก็ได้เริ่มงานด้านการแสดงกันแล้ว ทั้งในภาพยนตร์เรื่อง “Your dream in 5 seconds” และละครเรื่อง “Ghost Stories at School – Curses of Kotodana” รู้สึกยังไงกันบ้าง?

เมย์ : ตอนแรกก็รู้สึกตื่นเต้นมากค่ะ แล้วการถ่ายทำก็เป็นไปทั้งๆ ที่ยังตื่นเต้นอยู่แบบนั้น จนครั้งต่อมาก็รูสึกสนุกมากขึ้นค่ะทำให้อยากที่จะมีโอกาสได้ทำงานแสดงแบบนี้ไปเรื่อยๆ ค่ะ

ความแตกต่างระหว่างงานแสดง และงานเพลงเป็นอย่างไรบ้าง ยากง่ายต่างกันไหม?

อายาโนะ : ในการแสดงจะต้องมีการแสดงสีหน้า และใช้อารมณ์ร่วมไปกับบทพูดใช่ไหมคะ แต่ว่าถ้าเป็นการร้องเพลง จะเป็นการใช้ร่างกายของเราแสดงออกไป อีกอย่างคือเวลาที่เราแสดงเนี่ย จะต้องแสดงต่อหน้ากล้องตลอดเวลา นับว่าเป็นเรื่องที่ยากมากอยู่เหมือนกันค่ะ

ถ้าหากว่าไม่ได้เป็นศิลปิน แต่ละคนคิดว่าจะไปประกอบอาชีพอะไรกันบ้าง?

ฮิโตมิ : ถ้าไม่ได้เป็นศิลปินเหรอคะ… ตอเด็กๆ ฉันอยากจะเป็นคุณครูโรงเรียนอนุบาลค่ะ ถ้าไม่ได้เป็นศิลปินฉันคงพยายามที่จะเป็นครูโรงเรียนอนุบาลอยู่แน่ๆ เลยค่ะ

ยูมิ : ไมน่าเชื่อเลยค่ะ เพราะว่าฉันเองก็อยากที่จะเป็นครูโรงเรียนอนุบาลเหมือนฮิโตมิเลย ตอนนี้ถ้าฉันไม่ได้เป็นศิลปิน ก็คงตั้งใจเรียนพยายามที่จะเป็นครูโรงเรียนอนุบาลด้วยเหมือนกันค่ะ

เมย์ : (หัวเราะ) ฉันเรียนเรื่องการเต้นมาตั้งแต่เด็กๆ ค่ะ ถ้าหากว่าไม่ได้มาเป็น Tokyo Girls’Style แล้วล่ะก็ ตอนนี้ฉันน่าจะเป็นแดนเซอร์อยู่แน่ๆ เลยล่ะค่ะ

มิยุ : ฉันเองตั้งแต่เด็กๆ ฝันอยากเป็นคุณหมอค่ะ แล้วตอนนั้นก็เรียนเก่งมากด้วย แต่ว่าตอนนี้เรียนไม่เก่งแล้ว ดังนั้นคิดว่า ถ้าไม่ได้เป็น Tokyo Girls’Style ตอนนี้ฉันน่าจะตั้งใจอ่านหนังสือเพื่อเป็นคุณหมออยู่ค่ะ

อายาโนะ : ฉันฝันเป็นนักร้องมาตลอดอยู่แล้วค่ะ ถ้าตอนนี้ยังไม่ได้เป็น Tokyo Girls’Style ฉันน่าจะเรียนมัธยม แล้วก็ไปเรียนร้องเพลงเพิ่มเติมค่ะ

10. อยากให้สมาชิกแต่ละคนพูดถึงกันและกันหน่อยค่ะ

เมย์ : ยูมิ เป็นคนที่คุยง่าย พูดคุยกับคนด้วยรอยยิ้ม และสนิทกับคนง่ายมากค่ะ เป็นเหมือน Mood Maker ของวงเลยค่ะ แต่ว่าถ้าเศร้าเนียจดูออกได้ง่ายมากเลยจากสีหน้า เป็นคนที่ดูง่ายค่ะ

ยูมิ : ฮิโตมิ ทั้งๆ ที่เป็นคนที่อายุน้อยที่สุดในวง แต่ว่ามีความตั้งใจในการทำงานมากค่ะ บางครั้งก็ขี้อ้อนด้วย มีทั้งความเป็นเด็ก และผู้ใหญ่อยู่ในตัวค่ะ สามารถแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกจากกันได้เป็นอย่างดี เป็นคนที่น่านับถือมากค่ะ

ฮิโตมิ : มิยุ เนี่ย ตอนที่สมาชิกทุกคนได้มาเจอกันครั้งแรกก็รู้สึกว่าเป็นคนที่เท่มากๆ เลยค่ะ ดูเป็นผู้ใหญ่ แต่พอคุยแล้วก็มีความเป็นเด็กอยู่ด้วย คือมีทั้งความเป็นเด็ก และความเป็นผู้ใหญ่อยู่ แล้วก็เป็นคนคุยเก่งมากด้วย เป็นสไตลืที่ดีมากเลยค่ะ

มิยุ : อายาโนะ ถ้าดูภายนอกจะเป็นคนเงียบๆ ดูเป็นผู้ใหญ่มากๆ เลยค่ะ แต่ถ้าเริ่มสนิทแล้ว เค้าจะชอบสกินชิปอยูเหมือนกัน แต่ก็มีความน่ารักอยู่เหมือนกัน ข้อดีของเค้าคือร้องเพลงเก่งมาก หลังจากนี้ก็คงจะเก่งขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนค่ะ

อายาโนะ : เมย์ เป็นลีดเดอร์องวง เป็นคนที่รักเพื่อน รักการเรียน แล้วก็เป็นคนง่ายๆ คุยด้วยก็สนุกค่ะ

ได้ทานอาหารไทยบ้างหรือยัง (ถ้าเคย) ชอบทานอะไรบ้าง (ถ้ายังไม่เคย) รู้จักอาหารไทยอะไรบ้างไหม?

อายาโนะ : เมื่อวานนี้มีโอกาสได้ทานผัดไทยค่ะ ตกใจเหมือนกันที่มันหวานมาก เป็นอาหารที่ทานง่ายมาก ทานไปเยอะเลยล่ะค่ะ

มิยุ : มีโอกาสได้ทานข้าวผัดมาค่ะ

ฮิโตมิ : เมื่อวานนี้ฉันได้ทานอะไรสักอย่างที่เหมือนเป็นผัดผักที่มีเนื้อไก่อยู่ด้วยน่ะค่ะ

ยูมิ : เมื่อวานได้ทานผัดไทยเหใอนๆ กับทุกคนค่ะ หวานอร่อยดี แต่ว่าอยากลองชีมต้มยำกุ้งดูด้วยค่ะ ว่าจะเป็นยังไง

เมย์ : วันนี้ได้ทานอาหารเส้นของไทยน่ะค่ะ แล้วสามารถเลือกเส้นได้ด้วย เพราะว่ามีหลายแบบ รู้สึกประทับใจมากค่ะ

มีสถานที่ท่องเที่ยวไทยที่ไหนที่เคยไป หรืออยากไปบ้างไหม?

มิยุ : จริงๆ แล้วไม่ค่อยรู้เลยค่ะว่ามีที่เที่ยวที่ไหนบ้าง แต่คราวที่แล้วมีโอกาสได้ไปขี่ช้างมาด้วยค่ะ

 พูดภาษาไทยอะไรได้บ้างหรือเปล่า โชว์หน่อย?

อายาโนะ : “สวัสดีค่ะ” ขอบคุณค่ะ” (หัวเราะ)

แล้วภาษาไทยที่อยากรู้ล่ะ?

มิยุ : ฉันอยากจะรู้ภาษาไทยที่จะใช้ในคอนเสิร์ต อย่าง “สนุกไหมคะ” น่ะค่ะ

สุดท้ายฝากอะไรถึงแฟนๆ ชาวไทยหน่อยค่ะ

ฮิโตมิ : Tokyo Girls’Style เป็นศิลปินของเอเชีย ทำให้เรามีโอกาสได้ไปหลายๆ ประเทศในเอเชีย รวมถึงได้ไปประเทศนอกเอเชียด้วย พวกเราเองก็อยากท่ะส่งต่อเพลงไปให้ถึงทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติค่ะ หวังว่าจะมีโอกาสได้มาเมืองไทยอีกนะคะ

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *