อัศจรรย์หมายเลข ๙ ที่เข้ารอบสุดท้าย 9 เรื่อง ในมหกรรมประกวดหนังสั้น Bangkok Post 9FilmFest 2011

 

ก้าวใหม่ๆ กับเลข ๙ ที่จะสร้างผู้กำกับภาพยนตร์หน้าใหม่… ล่าสุด บริษัท โพสต์ พับลิชชิง จำกัด (มหาชน) ร่วมกับพันธมิตร กรุงเทพมหานคร, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, สิงห์ คอร์เปอเรชั่น, เอไอเอส, โซนี่, อ.ส.ม.ท. และ เอส เอฟ ซีเนม่า จัดแถลงข่าวประกาศผลภาพยนตร์สั้นเข้ารอบจำนวน 9 เรื่องในโครงการ “มหกรรมประกวดหนังสั้น Bangkok Post 9FilmFest 2011”  ภายใต้คอนเซปต์ “จากนี้ไป…เลข 9 จะเปลี่ยนชีวิตคุณ” คัดเลือกจาก ผู้ส่งผลงานภาพยนตร์สั้นกว่า  200 เรื่อง ซึ่งผลปรากฏว่าภาพยนตร์สั้นที่เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศจำนวน   9 เรื่อง ได้แก่ Death of Butterfly, Touch Screen, 9 Years Later, 9 Days,  Navi9ator, Man with a Video Camera, The Numberman Theory, HALF, The Elevator  โดยมี พิมพกา  โตวิระ  ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังร่วมเผยถึงแนวทางการสร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการภาพยนตร์  ณ ห้องเวิลด์ บอลรูม ซี  โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์

ศุภกรณ์ เวชชาชีวะ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท โพสต์ พับลิชชิง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า         “มหกรรมประกวดหนังสั้น Bangkok Post 9 FilmFest 2011 ที่จัดขึ้นในปีแรกนี้ มีผู้สนใจส่งผลงานเข้าประกวดกว่า 200 เรื่อง ทั้งจากผู้กำกับคนไทยและนานาชาติ อาทิ ญี่ปุ่น, เบลเยี่ยม และออสเตรเลีย เป็นต้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของสังคมและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยในเรื่องของความรักในศิลปะ และยังทำให้เห็นถึงศักยภาพของ   คนที่มีความสามารถด้านภาพยนตร์  ที่ต้องการพื้นที่ในการแสดงออก ซึ่งคนกลุ่มนี้ ก็จะกลายเป็นความคิดใหม่ๆ       ครีเอทีฟที่น่าสนใจสำหรับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ต่อไป”  

พิมพกา  โตวิระ  ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง  เผยว่า “หนังดีเด่นนั้น ควรจะมีวิธีการนำเสนอ มีการสร้างสรรค์ความแปลกใหม่ให้น่าดู น่าสนใจ ซึ่งหัวใจของการทำหนังที่ดี ต้องมีองค์ประกอบหลายอย่างรวมกัน ทั้งบทภาพยนตร์ นักแสดง การผลิต ฯลฯ เป็นต้น แม้นักแสดงจะเล่นเก่งมาก แต่ถ้าบทหนังไม่ดี ก็ไม่น่าสนใจ หนังสั้นจะมีพลังของความคิดนอกกรอบ ที่ถูกถ่ายทอดออกมาให้แตกต่างจากรูปแบบเดิมๆ โดยเฉพาะการสื่อสารให้คนดู สามารถเข้าใจได้ในเวลาไม่กี่นาทีนั่นเอง”    

ภายในงานได้ประกาศหนังสั้นที่เข้ารอบ 9 เรื่องนี้ ซึ่งรวมถึง
1) Death of Butterfly  ผลงานโดย พงษ์พันธ์ ยืนชีวิต  ซึ่งสร้างขึ้นจากบันดาลใจที่ว่า ความเจ็บปวดเมื่อผ่านระยะเวลา จะเป็นสิ่งที่ทำให้เรานึกถึงและเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป   
2) Touch Screen  โดย กตัณณ์ ธรรมวิจิตเดช  ซึ่งเป็นเรื่องของเด็กผู้หญิงวัย 15 ปี กับมือถือเครื่องหนึ่ง    ที่เป็นทางเลือกเดียวในการติดต่อสื่อสาร  
3) 9 Years Later   โดย กฤษณนัยย์ พิรยารังสรรค์ กับแรงบันดาลใจจากความเบื่อหน่ายในการเมืองประเทศไทย  
4) 9 Days งานของ มีชัย  ตลับเพชร เป็นเรื่องของคู่รักหนุ่มสาว ที่มีความสุข แต่มีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้น จนความสุขหายไป ทั้งคู่ต้องทำอย่างไรให้สุขกลับคืนมา
5) Navi9ator โดย คณิน รามสูต อีกหนึ่งมุมมองของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์
6) Man with a Video Camera  โดย Kris Clissters จากเบลเยี่ยม  ที่นำเสนอความสวยงามของประเทศไทยก่อนและหลังเมษายน 2010
7) The Numberman Theory  โดย Eiji Shimada จากประเทศญี่ปุ่น ภาพยนตร์คอมเมดี้ ของชายหนุ่มผู้หลงใหลในตัวเลข    
8) HALF ผลงานของ รักพงศ์ รักเรียน  กับการมองโลกที่เป็นอยู่จริง โดยไม่ยึดติดกับทัศนคติด้านใด ด้านหนึ่ง
9) The Elevator  โดยศุภสิทธิ์ ตัณประเสริฐสุภา  กับเรื่องราวชีวิต..กับลิฟท์ที่ขึ้นลง  เราไม่สามารถย้อนอดีตเพื่อแก้ไขสิ่งที่ทำไปแล้วได้         

สำหรับผลงานเรื่องใด ที่จะได้รับเลือกเป็นหนังสั้นยอดเยี่ยม ติดตามได้ในงานประกาศผลรางวัลในวันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม 2554 ณ ลานพาร์ค พารากอน   โดยภายในงานจะจัดเป็นมหกรรมดนตรีและภาพยนตร์เข้าด้วยกัน  มีการฉายภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์ทั้ง 9 เรื่องให้ชมกัน   ทั้งดูหนัง ฟังเพลง โดยมีการแสดงคอนเสิร์ตของวงดนตรี  ชั้นนำที่จะแสดงให้ชมกันสด 3 วง   คือ วงแคลอรี่ บลา บลา, วงบุดดาเบลส และ พาราดอกซ์  ที่จะช่วยสร้างความสุขให้แก่คนในยุคนี้ได้เป็นอย่างดี 

อย่าพลาด! กิจกรรมดูหนัง ฟังเพลง ในงานประกาศรางวัลชนะเลิศของ  “มหกรรมประกวดหนังสั้น Bangkok Post 9FilmFest 2011” ในวันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคมศกนี้ ณ ลานพาร์ค พารากอน

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *