เปิดใจนางสาวไทย ปี 2552 โจอี้ – อรวิภา กนกนทีสวัสดิ์

 

จากรั้วแม่โดม สู่เส้นทางนางงาม

ในที่สุดนางสาวไทย คนที่ 45 ประจำปี 2552 เป็นไปตามคาด เมื่อสาวสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ จากรั้วแม่โดม โจอี้ – อรวิภา กนกนทีสวัสดิ์ ผู้มีความงามพร้อมทั้งรูปร่าง หน้าตา ความคิด สติปัญญา และจิตใจ ตรงตามคอนเซ็ปต์ “ทอแสงงามแห่งจิตใจ” เป็นผู้คว้าชัยพิชิตมงกุฎเพชร เงินสด และรางวัลต่างๆ รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ในการประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2552 ซึ่งจัดขึ้นโดย บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)   ร่วมกับ สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ โรงละครอักษรา คิงเพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ ถนนรางน้ำ
   

โจอี้ – อรวิภา กนกนทีสวัสดิ์ นักศึกษาปีที่ 3 คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  สาวจากสระบุรี วัย 20 ปี เกิดวันที่ 26  กรกฎาคม  2532 ลูกคนที่ 2 โดยมีพี่สาวและน้องสาวอีก 2 คน สาวสวยชื่อเล่นสุดเก๋ ที่มีคุณพ่อ ธีระพล และ คุณแม่ สิริภาวดี เจ้าของธุรกิจไร่ส้ม 170 ไร่ แห่งไร่ส้มธีระพล  กำแพงเพชร ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ ลูกกตัญญูที่ทั้งพ่อและแม่ออกปากชม เมื่อโจอี้ว่าง โจอี้จะช่วยพ่อและแม่ทุกอย่าง และด้วยชื่อเล่นแสนเก๋นั้น มีที่มาจากความชื่นชอบดูภาพยนตร์จีนทั้งของพ่อและแม่ นางเอกของเรื่องมีชื่อว่า เจี่ยอี้ แต่เรียกยาก จึงแผลงมาเป็น “โจอี้” และด้วยความมุ่งหวังที่โจอี้อยากทำงานเพื่อสังคม โจอี้จึงมุ่งมั่นเรียนคณะสังคมสงเคราะห์ เพราะอยากเป็นนักพัฒนาสังคม แต่โชคชะตาส่งเสริม ให้โจอี้เข้าประกวดนางสาวไทย เมื่อวันหนึ่งเธอซึ่งเป็นเจ้าของร้านธุรกิจขายเสื้อผ้าแบรนด์ “Charmsmonic” (ชาร์มโมนิค)  ลูกค้าชาวต่างชาติมาซื้อของก็เข้าใจว่า เจ้าของร้านต้องเป็นดาราแน่ๆ ก็ขอถ่ายรูป หรือแม้กระทั่งลูกค้าคนไทย ยังรู้สึกได้ถึงความน่ารัก มีเสน่ห์ ของเจ้าของร้านแสนสวยคนนี้ โจอี้จึงได้ปรึกษากับครอบครัว ซึ่งทุกคนให้การสนับสนุนเต็มที่ โดยโจอี้เผยว่า “การมาประกวดครั้งนี้ เป็นประสบการณ์ใหม่ที่มีค่า และเป็นเวทีที่ทรงเกียรติ และคิดว่าหากได้ช่วยเหลือสังคม ในตำแหน่งนางสาวไทย จะมีประโยชน์อย่างยิ่ง ซึ่งเป็นเหมือนความตั้งใจที่ได้เลือกเรียนในคณะสังคมสงเคราะห์ และตลอดระยะเวลา 1 ปี ที่ครองตำแหน่งก็จะพัฒนาบุคลากร เพราะคนเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาประเทศ” ซึ่งสอดคล้องกับคำตอบสุดท้ายของเธอบนเวทีประกวดนางสาวไทยรอบสุดท้ายที่ว่า “หากได้รับตำแหน่งนางสาวไทยและมีโอกาสนำเสนอแนวคิดต่อนายกรัฐมนตรี จะใช้จิตวิทยาอย่างไร ที่จะโน้มน้าวผู้นำให้สนับสนุนแนวคิดพัฒนาสังคมของตนเอง” ซึ่งเธอตอบว่า “ใช้เหตุผล ในการโน้มน้าวในโครงการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ภายในประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน เพราะจะทำให้ทุกคนมีคุณค่าและรักศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของตนเอง”

 

 

ก่อนหน้านี้ในช่วงระหว่างการเก็บตัว เธอได้ส่อแววถึงความสวยอ่อนหวานแบบหญิงไทย รวมถึงกิริยามารยาทที่สร้างความประทับใจให้แก่ผู้พบเห็น รวมถึงรอยยิ้มที่เปื้อนอยู่บนใบหน้า จึงไม่น่าแปลกใจที่ในรอบตัดสิน เธอได้ครอบครองหลายตำแหน่งด้วยกันไม่ว่า Miss Healthy, นางงามบุคลิกภาพ, Miss Princess, ขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน และ ตำแหน่งนางสาวไทย  ด้วยสติปัญญาที่ฉายแววทอแสงงามแห่งจิตใจ

นางสาวไทยคนใหม่ เผยความรู้สึกหลังได้รับตำแหน่งว่า “รู้สึกดีใจและเป็นเกียรติที่ได้รับตำแหน่งนี้ ซึ่งไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ เพราะไม่เคยมีประสบการณ์การประกวดเวทีใดเลย และเพื่อนๆ ทุกคนที่เข้าประกวดก็มีความรู้และความสามารถ ซึ่งคิดว่าที่ตนเองสามารถชนะใจกรรมการได้ คงเป็นรอยยิ้ม ความมั่นใจ และเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งหลังจากได้รับตำแหน่งนี้ พร้อมจะทำหน้าที่ด้วยความตั้งใจอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยเหลือสังคม ซึ่งโจอี้เคยมีโอกาสตอนเรียน ได้เข้าไปทำงานในศูนย์บริการสาธารณสุข ช่วยในเรื่องของการให้ความรู้ และบำบัดด้านยาเสพติด ทำให้ได้รู้เห็นปัญหา โดยเฉพาะเยาวชน จึงอยากจะเข้าไปช่วยเหลือในเรื่องของเด็ก และเยาวชน ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้หากได้รับการพัฒนาที่ดี จะสามารถทำประโยชน์ได้อีกมากค่ะ”  โดยโจอี้มีนางงามต้นแบบในดวงใจอีกด้วย เผยว่า “พี่บุ๋ม–ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เป็นนางสาวไทยในดวงใจ เพราะชื่นชมความเก่ง และเป็นผู้หญิงที่มีความเป็นผู้นำสูงมาก”

การประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2552 เวทีอันทรงเกียรติที่มีประวัติอันยาวนาน ได้ทำการคัดเลือกหญิงไทยที่มีความงามพร้อมทั้งรูปลักษณ์ กิริยามารยาท สติปัญญา และจิตใจ ซึ่งถือเป็นความงามที่แท้จริง  เพื่อเป็นตัวแทนของหญิงไทยในฐานะ  “นางสาวไทย”  และ “ทูตวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว”  ตลอดจนยังมีการมอบรางวัลตำแหน่งต่างๆ อาทิ นางงามผิวสวย ได้แก่ หมายเลข 12 น้ำผึ้ง-กานต์พิชชา พิชยศ,  Miss Think Positive ได้แก่ หมายเลข 15 แหม่ม-นิษฐกานต์ สาธร, Miss Body Perfect  ได้แก่                หมายเลข  10 เพี๊ยซ-กนกลดา  บุตรพิมพา, Miss Intelligent ได้แก่ หมายเลข 2 ส้ม-พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์, นางงามมิตรภาพ ได้แก่ หมายเลข 16 กิ๊ฟท์-กฤตยา วงศ์สุรินทร์ และ ขวัญใจประชาชน ได้แก่ หมายเลข 14 ออม-ปวริศา วสุธาสวัสดิ์

การประกวดนางสาวไทย ปี 2552 ได้สิ้นสุดลงแล้ว หากแต่หน้าที่ในตำแหน่งนางสาวไทย ปี 2552 กำลังจะเริ่มต้น สำหรับเธอ โจอี้ – อรวิภา กนกนทีสวัสดิ์

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *